บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2512 ในนาม "บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด" ด้วยทุนจด ทะเบียนเริ่มแรก 10 ล้านบาท โดยเริ่มเปิดดำเนินงาน "โรงพยาบาลกรุงเทพ" เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2515 และนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยได้ เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2534 จดทะเบียนแปรสภาพบริษัทเป็น บริษัทมหาชนจำกัด ในปี 2537 จนถึงปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น จำนวน 1,700.00 ล้านบาท โดยเป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว จำนวน 1,549.09 ล้านบาท

พัฒนาการของบริษัทที่สำคัญผ่านมา


บริษัทได้เข้าลงทุนในบริษัท โรงพยาบาลกรุงธน จำกัด (มหาชน) "KDH” ซึ่งเป็นบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และประกอบธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาด 150 เตียง โดยการเข้าซื้อหุ้นจากกลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของ KDH ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มแรกคิดเป็นร้อยละ 16.82 ของจำนวนทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้วของ KDH และภายหลังได้เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัทดังกล่าว เป็นร้อยละ 20.01 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วของ KDH

บริษัทได้เพิ่มทุนในบริษัท กรีนไลน์ ซินเนอร์จี้ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 จากทุนจดทะเบียนเดิม 30 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท เพื่อลงทุนปรับปรุงบริการด้านระบบสารสนเทศที่ให้บริการแก่เครือข่ายทั้งหมด

โรงพยาบาลวัฒโนสถ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคมะเร็ง ได้ เปิด "ศูนย์โลหิตวิทยากรุงเทพ” (Bangkok Hematology Center) เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2553 เพื่อให้บริการรักษาผู้ป่วยโรคเลือด โดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านโลหิตวิทยา รวมทั้งมีห้องปฏิบัติการเพื่อการวินิจฉัยที่ได้มาตรฐานระดับสูง และมีธนาคารเลือดในการสำรองและเก็บเลือด ศูนย์โลหิตวิทยากรุงเทพเน้นการให้บริการแบบองค์รวม เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม โดยการโอนซื้อกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) ของบริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100 เพื่อโอนการดำเนินโครงการโรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จากเดิมที่อยู่ภายใต้บริษัทย่อยมาดำเนินงานเองภายใต้บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) โดยถือเป็นสาขาหนึ่งของโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่หัวหิน เพื่อประโยชน์ในด้านการลดค่าใช้จ่ายที่ซ้ำซ้อนของการบริหารจัดการ เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานและจัดการทรัพยากรระหว่างกัน โดยเฉพาะการบริหารจัดการทรัพยากรทางการแพทย์ ซึ่งจะช่วยให้เกิดประสิทธิภาพในการดำเนินงานตามนโยบายยิ่งขึ้น
โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน เป็นโครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน มีมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น ประมาณ 850.0 ล้านบาท โดย ณ วันโอนกิจการทั้งหมด โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทั้งนี้ภายหลังการโอนทรัพย์สินทั้งหมดมายังบริษัทแม่ บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน จำกัด ได้จดทะเบียนเลิกกิจการเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 และปัจจุบันอยู่ในระหว่างขั้นตอนการชำระบัญชี

บริษัทได้เข้าเพิ่มทุนในบริษัท รอยัล บางกอก เฮ็ลธ์แคร์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น ในสัดส่วนร้อยละ 100 จากทุนจดทะเบียนเดิม จำนวน 1.0 ล้านบาท เป็น 736.0 ล้านบาท เพื่อนำเงินเพิ่มทุนดังกล่าวไปลงทุนซื้อหุ้นบริษัท เอ เอ็น บี แลบบอราตอรี่ส์ (อำนวยเภสัช) จำกัด ("ANB”) จากผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2553 เป็นมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 734.0 ล้านบาท ทั้งนี้ ANB เป็นผู้ผลิตน้ำเกลือรายใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยาและวัสดุภัณฑ์ทางการแพทย์ โดยมี ยอดการส่งออกไปต่างประเทศ ประมาณร้อยละ 20 จากยอดขายรวมทั้งหมด

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท วาระพิเศษ ครั้งที่ 2/2553 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2553 ได้มีมติเห็นชอบการเข้าร่วมกิจการระหว่างบริษัทและบริษัท เฮลท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) (เครือโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลเมโมเรียล) โดยให้บริษัทเข้าซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมด (Entire Business Transfer) ของบริษัท เฮลท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) ซึ่งถือหุ้นส่วนใหญ่โดยนายวิชัย ทองแตง และครอบครัว โดยรายการดังกล่าวจะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทก่อนดำเนินการ

บริษัทได้ลงทุนซื้อ "เครื่อง Open MRI 1.0 T” เครื่องเดียวในประเทศไทย โดยในการใช้บริการ ผู้ป่วยไม่ต้องเข้าอุโมงค์เหมือนเครื่องรุ่นก่อน ซึ่งจะช่วยลดความอึดอัดของผู้ป่วยที่จะเข้าในที่แคบ และไม่ต้องดมยาสลบ

สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ (Bangkok Spine Academy) นำเทคนิคการผ่าตัดแผลเล็กมาใช้ในการผ่าตัดกระดูกสันหลัง โดยการส่องกล้อง Microscope ลดความเจ็บปวดเสียเลือดน้อย และหายเร็ว

โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพร่วมกับ Pacific Rim Electrophysiology Research Institute จัดตั้ง "สถาบันวิจัยหัวใจเต้นผิดจังหวะ แปซิฟิก ริม โรงพยาบาลกรุงเทพ" และเปิด"คลินิกหัวใจเต้นผิดจังหวะ” นำทีมโดย นพ.กุลวี เนตรมณี แพทย์อเมริกันบอร์ด ด้านอายุกรรมและด้านสรีระไฟฟ้าหัวใจ ให้บริการด้านบริการตรวจและรักษาผู้ที่มีภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โดยการใช้สายสวนพิเศษจี้ทำลายจุดกำเนิดหรือวงจรที่ผิดปกติในห้องหัวใจการตรวจสรีระไฟฟ้าหัวใจและการฝังอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าหัวใจ

บริษัทได้ลงทุนซื้อ เครื่องตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหลอดเลือด (Bi-plane DSA) ใช้ในการตรวจวินิจฉัย และรักษาโรคหลอดเลือดสมอง และหลอดเลือดทั่วร่างกาย โดยให้ภาพเสมือนจริง ด้วยภาพดิจิตอลคุณภาพสูง 2 ล้านพิกเซล และทำให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการสร้างภาพ 3 มิติ สามารถเห็นสายสวนหลอดเลือดที่ขนาดเล็กมากเท่าเส้นผมได้ชัดเจนแม่นยำยิ่งขึ้น

เดือนกุมภาพันธ์ 2554 บริษัทเข้าลงทุนซื้อหุ้นสามัญ บริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) โดย ณ สิ้นปี 2554 บริษัทถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเป็นจำนวนทั้งสิ้น 103,827,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 14.25 ของทุนที่ออกจำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2554 บริษัทได้รับโอนกิจการทั้งหมดของบริษัท เฮลท์ เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) เสร็จสิ้น ซึ่งเป็นไปตามมติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2554 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554 เป็นผลให้บริษัทถือหุ้นในบริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) (เครือโรงพยาบาลพญาไท : โรงพยาบาลพญาไท 1-3 และโรงพยาบาลพญาไท ศรีราชา) เพิ่มขึ้นจากร้อยละ19.47 เป็น ร้อยละ 68.64 รวมทั้งได้ถือหุ้นในบริษัทที่ประกอบกิจการเครือโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล อีก 4 แห่ง คือ บริษัท เปาโลเมดิค จำกัด (โรงพยาบาล เปาโลเมโมเรียล พหลโยธิน) ร้อยละ 100.0 บริษัท เปาโล สมุทรปราการ จำกัด (โรงพยาบาล เปาโลเมโมเรียล สุมทรปราการ) ร้อยละ 88.73 บริษัท การแพทย์สยาม จำกัด (โรงพยาบาล เปาโลเมโมเรียลโชคชัย 4) ร้อยละ 80.72 และ บริษัท ศูนย์การแพทย์ไทย จำกัด (มหาชน) (โรงพยาบาล เปาโลเมโมเรียล นวมินทร์) ร้อยละ 99.76 เป็นผลให้บริษัทมีโรงพยาบาลใน เครือทั้งหมดภายหลังการควบรวม เพิ่มขึ้นจากเดิม 19 แห่ง เป็น 27 แห่ง (โรงพยาบาลในประเทศ จำนวน 25 แห่ง และโรงพยาบาลในประเทศกัมพูชา จำนวน 2 แห่ง)

บริษัทได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของบริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) "PYT” โดยมีระยะเวลารับซื้อหลักทรัพย์เป็นเวลาทั้งสิ้น 25 วันทำการ ตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2554 ถึงวันที่ 23 พฤษภาคม 2554 โดยเสนอค่าตอบแทนเป็น 2 ทางเลือก คือ เป็นเงินสดที่ราคา 3.71 บาท ต่อหุ้น หรือเป็นหุ้นสามัญของบริษัท "BDMS” ในอัตรา 10.1706 หุ้น PYT ต่อ 1 หุ้น BDMS โดยผู้ตอบรับคำเสนอซื้อจะต้องเลือกทางเลือกใดทางเลือกหนึ่งเท่านั้น
ภายหลังเสร็จสิ้นการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ บริษัทถือหุ้นในบริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) เพิ่มขึ้นจาก ร้อยละ 68.64 เป็นร้อยละ 97.10 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วของ บริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน)

บริษัทได้ลงทุนซื้อหุ้นสามัญบริษัท อุดรพัฒนา (1994) จำกัด (โรงพยาบาลเอกอุดร) เพิ่มจำนวน 1,474,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.9 ทำให้บริษัทถือหุ้นทั้งหมดในบริษัทดังกล่าวเพิ่มขึ้นจากเดิม 3,000,000 หุ้น หรือร้อยละ 10 เป็น 4,474,000 หุ้น หรือร้อยละ 14.9 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วในบริษัท อุดรพัฒนา (1994) จำกัด และเมื่อรวมการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวผ่าน บริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) และบริษัท โรงพยาบาลรามคำแหง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยและบริษัทร่วมตามลำดับ ทำให้บริษัทถือหุ้นในโรงพยาบาล เอกอุดร ทั้งสิ้นคิดเป็น ร้อยละ 28.17 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วในบริษัทดังกล่าว

บริษัทได้ลงทุนจัดตั้งบริษัทย่อย "บริษัท กรุงเทพพรีเมียร์ นายหน้าประกันชีวิต จำกัด” โดยมีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว จำนวน 4.0 ล้านบาท (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท)

บริษัทฯ ได้เปิดให้บริการโรงพยาบาลกรุงเทพ หัวหิน อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2554 โดยโรงพยาบาลดังกล่าวเริ่มดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 บนเนื้อที่ 14 ไร่ ได้เปิดให้บริการในนามของคลีนิกเวชกรรมกรุงเทพหัวหิน ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหินเป็นอาคาร 5 ชั้น มีห้องสำหรับรับผู้ป่วยในได้ 60 ห้อง โดยชั้นที่ 1 เป็นห้องตรวจผู้ป่วยนอกและห้องตรวจผู้ป่วยฉุกเฉินและอุบัติเหตุ ชั้นที่ 2 เป็นห้องผ่าตัดและ ICU ชั้นที่ 3 เป็นศูนย์ปฏิบัติการทางชีวโมเลกุล ฝ่ายธุรการ บริหารและฝึกอบรม ชั้นที่ 4 และ 5 เป็นอาคารผู้ป่วยใน มีพื้นที่ใช้สอยทั้งสิ้น 12,000 ตารางเมตร สำหรับชั้นที่ 6 เป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ เพื่อใช้ในการลำเลียงผู้ป่วยหนักไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลในกรุงเทพ

โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้เปิด Bangkok Academy of Sports and Exercises Medicine (สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกายกรุงเทพ) โดยนำวิทยาการด้านเวชศาสตร์การกีฬาและการออกกำลังกายมาใช้ในการรักษาและพัฒนา เสริมสร้างสมรรถนะของร่างกายให้เต็มศักยภาพแก่นักกีฬา ทั้งอาชีพและสมัครเล่นทั้งในระดับทีมชาติและประชาชนทั่วไป เพื่อให้เล่นกีฬาหรือออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการบาดเจ็บน้อยลง ตลอดจนการดูแลฟื้นฟูร่างกายภายหลังการเล่นกีฬา โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชศาสตร์การกีฬาเป็นผู้ให้การดูแลและรักษา นอกจากนี้รพ.กรุงเทพ ยังเป็นผู้ให้การตรวจเช็คร่างกายนักกีฬาทีมชาติไทยที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์และโอลิมปิคเกมส์และเป็นผู้สนับสนุนหลักของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ดูแลสุขภาพให้แก่นักฟุตบอลทีมชาติไทย มากว่า 15 ปี

โรงพยาบาลวัฒโนสถ ได้นำความก้าวหน้าทางการแพทย์โดยการใช้เครื่อง PET/CT มาใช้ในการตรวจความเสื่อมของเซลล์สมอง เพื่อตรวจหาสาเหตุในระยะเริ่มแรกของโรคอัลไซเมอร์

โรงพยาบาลวัฒโนสถ ได้ลงทุนซื้อเครื่อง CT Simulator เพื่อให้สามารถเห็นรายละเอียดของภาพเอกซเรย์ในลักษณะ 3 มิติ ได้ชัดเจนขึ้น ทำให้ใช้ระยะเวลาในการวางแผนการรักษาสั้นลง

สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ จัดการประชุมวิชาการการผ่าตัดกระดูกสันหลังครั้งใหญ่แห่งปี "Master Classes in Advanced Spine Surgery” โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรระดับโลก รองศาสตราจารย์นายแพทย์ริก ดีลามาเทอร์ (Dr. Rick Delamarter) และศาสตราจารย์นายแพทย์แดเนียล เค ริว (Dr. Daniel K. Riew) ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังที่มีชื่อเสียงจากสหรัฐอเมริกา โดยมีนายแพทย์พุทธิพร เธียรประสิทธิ์ ผู้อำนวยการอาวุโส สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ พร้อมทีมแพทย์เข้าร่วมประชุมเสริมศักยภาพและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกระดูกสันหลังอย่างคับคั่ง

สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมกับ โรงพยาบาลกรุงเทพ จัดพิธีลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือทางการแพทย์ระหว่างโรงพยาบาลกรุงเทพ และ โรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น 10 แห่ง โดยมี ฯพณฯ เซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นประธานในการลงนาม ร่วมกับ นายแพทย์ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ของบริษัท ตลอดจนตัวแทนจากโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่นร่วมลงนามเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างโรงพยาบาลในประเทศไทยกับโรงพยาบาลในประเทศญี่ปุ่น

โรงพยาบาลกรุงเทพ เปิด เคาน์เตอร์ เซอร์วิสโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่บริเวณด่านผู้โดยสารขาออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่ออำนวยความสะดวกให้บริการกับผู้ป่วยชาวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามารักษาในโรงพยาบาล

โรงพยาบาลกรุงเทพได้เปิดให้บริการ อาคารบางกอก พลาซา (Bangkok Plaza) เพื่อเป็นศูนย์รวมร้านค้า ร้านอาหาร และธนาคาร ตลอดจนร้านสะดวกซื้อเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้มาใช้บริการในโรงพยาบาลและประชาชนในย่านซอยศูนย์วิจัยเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554

บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพ ราชสีมา จำกัด ซึ่งเป็นบริษทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 89.7 ได้เปิดให้บริการ "โรงพยาบาลกรุงเทพปากช่อง” ซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาด 30 เตียง ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา นับเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 28 ของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

บริษัทลงทุนซื้อหุ้นสามัญบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) เพิ่มเติม จำนวน 70,522,600 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9.66 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) ทำให้ปัจจุบันบริษัทถือหุ้นในบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน) จำนวนทั้งสิ้น 174,350,200 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 23.88 ของทุนที่ออกจำหน่ายและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จำกัด (มหาชน)

ที่ประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี 2555 ได้อนุมัติให้บริษัทลดทุนจดทะเบียนจำนวน 7,932,525 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,553,391,408 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,545,458,883 บาท และมีมติให้บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวน 154,545,888 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 1,545,458,883 บาท เป็นทุนจดทะเบียนใหม่จำนวน 1,700,004,771 บาท เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการระดมทุนของกิจการ อย่างไรก็ตามปัจจุบันบริษัทยังมิได้มีการเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไปดังกล่าว

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้ทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) "PYT" เพื่อเพิกถอนหลักทรัพย์ PYT ออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ภายหลังเสร็จสิ้นการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ บริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้เพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2555 และบริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ประสิทธิ์พัฒนา จำกัด (มหาชน) ทั้งสิ้นร้อยละ 98.32

บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ในนาม บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ จำกัด โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อรองรับการก่อสร้างโรงพยาบาลขนาด 200 เตียง ที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่โดยมีทุนจดทะเบียน จำนวน 1,000 ล้านบาท และเรียกชำระแล้ว จำนวน 250 ล้านบาท

บริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ในนามบริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร จำกัด โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลเอกชน ขนาด 120 เตียง ที่ถนนทองใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีทุนจดทะเบียนเรียกชำระเต็มจำนวน 500 ล้านบาท โดยบริษัทย่อยดังกล่าวได้เข้าลงทุนซื้อกิจการโรงพยาบาลเดิมจากโรงพยาบาลอุดรปัญญาเวช และเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลกรุงเทพอุดร" ในวันที่ 12 ธันวาคม 2555 ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 29 ของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

เครือโรงพยาบาลกรุงเทพมีวิสัยทัศน์นำหน้าด้านเทคโนโลยี นำนวัตกรรม ROBO DOCTOR คุณหมอหุ่นยนต์ หรือ Remote Presence System จากประเทศสหรัฐอเมริกา เพิ่มประสิทธิภาพการให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วย โดยผู้ป่วยสามารถเข้าถึงการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้อย่างใกล้ชิดและทันท่วงที เพิ่มโอกาสให้ผู้ป่วยที่อยู่ห่างไกลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการรักษาอย่างรวดเร็วและได้มาตรฐาน มาใช้กับ 3 โรงพยาบาลนำร่อง ได้แก่ โรงพยาบาลกรุงเทพ (ซอยศูนย์วิจัย) โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เพิ่มประสิทธิภาพการส่งต่อผู้ป่วย การเข้าถึงการรักษาอย่างทันท่วงทีโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สามารถซักถาม และโต้ตอบกันแบบเห็นหน้าผู้เกี่ยวข้อง ตลอดจนแลกเปลี่ยนข้อมูลการรักษา นับเป็นการเสริมประสิทธิภาพการรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยและเพิ่มความมั่นใจให้กับคนไข้ที่มารับบริการมากยิ่งขึ้น

ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ และวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการกีฬา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับประกาศนียบัตร FIFA Medical Centre of Excellence หรือ "ศูนย์เพื่อความเป็นเลิศทางการแพทย์ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ" จาก ประธานฝ่ายแพทย์ของฟีฟ่า นายแพทย์ จีรี โวด์แรค (Jiri Dvorak, FIFA Chief Medical Officer) ซึ่งถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียน และเป็นแห่งที่สามของเอเชีย (ประเทศญี่ปุ่น กาตาร์ ไทย และซาอุดิอาระเบีย) โดยในปัจจุบันมีสถาบันทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรองทั่วโลกอยู่ 26 สถาบันเท่านั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นการดำเนินงานในด้าน "เวชศาสตร์การกีฬา" ว่าทางศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพได้มีบทบาทและให้ความสำคัญเป็นอย่างดีมาโดยตลอด โดยได้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลสุขภาพของนักฟุตบอลทีมชาติ นักฟุตบอลประจำทีมสโมสรฟุตบอลชั้นนำในไทยพรีเมียร์ลีก ทั้งในเรื่องของการดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ การฟื้นฟูและมุ่งเน้นในเรื่องของการเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย เทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุดอีกทั้งยังรวมถึงงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬา ได้อย่างมีมาตรฐาน

โรงพยาบาลกรุงเทพ เปิด "สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ" หรือ Bangkok Academy of Sports and Exercise Medicine (BASEM) อย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มความแข็งแกร่ง ยกระดับความก้าวหน้าด้านการบริการและการแพทย์ ด้วยมูลค่าลงทุนกว่า 70 ล้านบาท เพื่อตอบโจทย์ผู้นำด้านการดูแลสุขภาพ ตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่เน้นออกกำลังกายและเล่นกีฬา ให้บริการทางด้านการรักษาอาการบาดเจ็บและวิเคราะห์ผู้ที่มีปัญหาด้านการเล่นกีฬา ทั้งในเรื่องของการดูแลรักษานักกีฬาที่เกิดการบาดเจ็บ การฟื้นฟูและมุ่งเน้นในเรื่องการเพิ่มสมรรถภาพด้านร่างกาย เทคนิคการเตรียมความพร้อม เทคนิคการเล่นกีฬาเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด อีกทั้งยังรวมถึงงานด้านโภชนาการ และจิตวิทยาการกีฬาได้อย่างมีมาตรฐาน เสริมทัพเมดิคัลฮับ ปักธงเป็นสถาบันด้านเวชศาสตร์การกีฬาชั้นนำในอาเซียน

บริษัทย่อย "บริษัท กรุงเทพพรีเมียร์นายหน้าประกันชีวิต จำกัด" (Bangkok Premier Life Insurance Broker) ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองดูแลสุขภาพในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ผสานความร่วมมือกับบริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด ยกระดับคุณภาพชีวิตและการดูแลสุขภาพ ด้วยการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต การประกันสุขภาพและบริการผ่านช่องทางที่หลากหลาย เพื่อยกระดับและดูแลคุณภาพชีวิตในการพัฒนารูปแบบกรมธรรม์ใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคให้เข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ โดยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายยามเจ็บป่วย

เครือโรงพยาบาลพญาไท และ เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ผนึกกำลังรุกตลาด เปิดศูนย์หัวใจแห่งใหม่ "ศูนย์หัวใจพญาไท 3 โดยโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ" ทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท มุ่งขยายฐานลูกค้าฝั่งธนบุรี ตอกย้ำความเป็นผู้นำโรงพยาบาลหัวใจที่สมบูรณ์แบบได้มาตรฐานระดับสากล ชูเทคนิคการผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจโดยหัวใจไม่หยุดเต้น (Off-Pump CABG) พร้อมให้บริการด้านสุขภาพและโรคหัวใจอย่างครบครัน ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจครบทุกสาขา พร้อมเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งในทุกด้าน ยกระดับความก้าวหน้าของคุณภาพการรักษาสู่มาตรฐานสากล (JCI) เพื่อดูแลหัวใจประชาชนฝั่งธนบุรีในมาตรฐานเดียวกับ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ โดยมีการให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดอย่างครบครัน ตั้งแต่การตรวจวินิจฉัยเบื้องต้น การตรวจด้วยอุปกรณ์พิเศษ การดูแลและการป้องกันโรคหัวใจ การรักษา การผ่าตัด การติดตามดูแลในห้องพักฟื้นผู้ป่วยหัวใจ ตลอดจนการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ ด้วยอุปกรณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยีอันทันสมัยได้มาตรฐานสากล ไม่ว่าจะเป็นห้องผ่าตัด และเครื่องมือตรวจพิเศษหัวใจ

เครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ผนึกกำลังครั้งสำคัญกับ เครือโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พัฒนาเทคโนโลยีและบริการทางการแพทย์ เปิด "ศูนย์มะเร็ง" โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล โดย โรงพยาบาลวัฒโนสถ เพื่อตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้บริการได้อย่างตรงจุดและครอบคลุมมากที่สุด โดยให้บริการด้านการป้องกันและดูแลรักษา "โรคมะเร็ง" แบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจหามะเร็งในระยะแรก การวางแผน การรักษาเมื่อตรวจพบ จนกระทั่งถึงการรักษาแบบการฉายรังสีเพื่อยับยั้งการแพร่กระจายของเซลมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ประกาศความสำเร็จกับเทคนิคการผ่าตัดแบบใหม่ของไทย ด้วยการผ่าตัดรักษาโรคปวดหลัง แบบแผลเล็กข้างลำตัว โดยไม่เลาะกล้ามเนื้อหลัง หรือ Direct Lateral Interbody Fusion (DLIF) ช่วยรักษาอาการโรคปวดหลัง ปวดขาจากกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท หรือ กระดูกสันหลังคด โดยจุดเด่นคือ การผ่าตัดโดยไม่เลาะทำลายกล้ามเนื้อหลัง เสียเลือดน้อย แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว กลับบ้านได้เร็วกว่าเดิม โดยเทคนิคนี้ อาศัยเครื่องมือ ติดตามการทำงานของระบบประสาทขณะผ่าตัด หรือ IOM (Intraoperative Neuromonitoring) ส่งผ่านท่อขนาดเล็กประมาณ 1 นิ้ว เพื่อติดตามการทำงานของเส้นประสาทและไขสันหลัง และ นำใส่อุปกรณ์หนุนหมอนรองกระดูกไปแทนที่หมอนรองกระดูกที่เป็นปัญหาเดิม ทำให้กระดูกสันหลังข้อนั้นแข็งแรงขึ้น รับน้ำหนักร่างกายได้ดีขึ้น การปวดหลังจึงลดลง นอกจากนี้ ยังสามารถแก้ภาวะกระดูกสันหลังเคลื่อนไปด้านหน้า (Spondylolisthesis) หรือ ภาวะกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) ในผู้ป่วยสูงอายุอย่างได้ผล โดยไม่จำเป็นต้องเลาะกล้ามเนื้อหลังยาวตลอด ซึ่งจะช่วยลดปัญหาปวดหลังเรื้อรัง ภาวะพังผืดเกาะเส้นประสาท ภาวะสกรูหลุดหลวม หรือ ภาวะสูญเสียกล้ามเนื้อหลัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดแบบเดิมได้

โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช โรงพยาบาลวัฒโนสถ และโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล นวมินทร์ ผนึกกำลัง 3 โรงพยาบาลภาครัฐและเอกชนร่วมมือกันจัดให้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ "โครงการส่งต่อผู้ป่วยนอกเพื่อรับบริการรังสีรักษา" รักษาผู้ป่วย "มะเร็ง" โดยรังสีรักษา โดยใช้เทคโนโลยีทันสมัยร่วมกันให้บริการผู้ป่วย เพื่อเพิ่มศักยภาพการรักษาผู้ป่วยมะเร็งด้วยเทคโนโลยีรังสีรักษา ให้กับผู้ป่วยทุกกลุ่ม

• บริษัทได้ดำเนินการจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่ดินระยะยาว ที่ถนนเยาวราช พื้นที่รวม 1-0-99 ไร่ พร้อมอาคารขนาด 12,000 ตารางเมตร บนที่ดินดังกล่าว จากกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้องเบสท์ ฟอร์จูน เป็นระยะเวลา 30 ปี เพื่อลงทุนปรับปรุงเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งใหม่ในนาม "โรงพยาบาลกรุงเทพไชน่าทาวน์" โดยโรงพยาบาลดังกล่าวจะมีศักยภาพทางการรักษาแบบ selected tertiary care services และให้การรักษาแบบ Advanced Emergency and Intermediate Care คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปี 2557

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ในนาม บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น จำกัด มีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว จำนวน 600 ล้านบาท โดยบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อเข้าซื้ออาคารโรงพยาบาลเวชประสิทธิ์ ที่อำเภอเมือง
จังหวัดขอนแก่น และทำการปรับปรุงเพื่อเปิดให้บริการใหม่ ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลกรุงเทพขอนแก่น" ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปี 2557

• ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2556 ของบริษัทได้มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวนไม่เกิน 154,545,888 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยจะต้องดำเนินการภายในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัทในครั้งถัดไป หรือภายในวันที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีในครั้งถัดไป ทั้งนี้แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน

• ที่ประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2556 เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2556 ของบริษัทได้มีมติอนุมัติการเข้าลงทุนซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมดของบริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด ซึ่งเดิมเป็นบริษัทร่วมที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 49 ภายหลังการเสนอซื้อหุ้นดังกล่าว ทำให้บริษัทถือหุ้นในบริษัทสหแพทย์เภสัช จำกัดเพิ่มขึ้นจากเดิม 1,050,000 หุ้น หรือ ร้อยละ 49 เป็น 1,862,000 หุ้น หรือร้อยละ 86.89 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วของบริษัท สหแพทย์เภสัช จำกัด

• บริษัท รอยัลบางกอก เฮลธ์แคร์ จำกัด (RBH) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 ได้ลงทุนซื้อหุ้นโรงพยาบาลกรุงธน (KDH) จากผู้ถือหุ้นเดิมบางรายเป็นการเฉพาะเจาะจง คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.94 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ KDH ในขณะนั้น ในราคาหุ้นละ 55 บาท เป็นผลให้ RBH ต้องทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ KDH ในราคาเดียวกัน ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหุ้นเสร็จสิ้น RBH ได้ถือหุ้น KDH ทั้งสิ้น จำนวน 3,750,859 หุ้น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 25.01เมื่อรวมกับหุ้น KDH เดิมที่ถือโดยบริษัท จำนวน 3,002,029 หุ้น หรือร้อยละ 20.01 ทำให้กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพถือหุ้น KDH ทั้งสิ้นรวมร้อยละ 45.02 และบริษัท โรงพยาบาลกรุงธน จำกัด (มหาชน) ได้จดทะเบียนเปลี่ยนชื่อกิจการเป็น "บริษัท ธนบุรี เมดิเคิล เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน)" (Trading Name : KDH)และเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลเป็นโรงพยาบาลสมิติเวชธนบุรีซึ่งถืเป็น
โรงพยาบาลเครือข่ายแห่งที่ 30 ของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ

• ต่อมาที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2556 ของ KDH ได้มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียน จากเดิม 150 ล้านบาท อีกจำนวน 75 ล้านบาท รวมเป็นทุนจดทะเบียนทงั้ สนิ้ 225 ล้านบาท โดยการออกและเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแก่ผู้ถือหุ้นเดิม (Right Offering) จำนวน 7.5 ล้านหุ้น ราคาหุ้นละ 80 บาท ในอัตราส่วน 2 หุ้นสามัญเดิมต่อ 1 หุ้นสามัญใหม่ โดยผู้ถือหุ้นเดิมทุกรายไม่มีสิทธิในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเกินสิทธิ ผลการเสนอขายหุ้น มีผู้ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนเพียง จำนวน 4,384,226 หุ้น และกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพได้จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนตามสิทธิทั้งจำนวน เป็นผลให้กลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพมีสัดส่วนการถือหุ้นใน KDH เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 55.3 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วภายหลังการเพิ่มทุน
(193.84 ล้านบาท)

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อย ในนาม บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลก จำกัด มีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว จำนวน 600 ล้านบาท และบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2556 บจก. โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลกได้เข้าซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมดของ บริษัท โรงพยาบาลรัตนเวช จำกัด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก โดยมีราคาซื้อและรับโอนกิจการทั้งหมด 576 ล้านบาท และเปิดให้บริการใหม่ภายใต้ชื่อ "โรงพยาบาลกรุงเทพพิษณุโลก" ซึ่งถือเป็นโรงพยาบาลเครือข่ายแห่งที่ 31 ของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ ในการนี้บริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแบบมอบอำนาจทั่วไป (General Mandate) จำนวนรวม 3,636,771 หุ้น ให้แก่กลุ่มผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท โรงพยาบาลรัตนเวช จำกัด ซึ่งเป็นการเสนอขายให้แก่บุคคลในวงจำกัด (Private Placement) ในราคา 127.22 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 463 ล้านบาท ทำให้บริษัทมีทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วเพิ่มขึ้นจาก 1,545,458,883 บาท เป็น 1,549,095,654 บาท

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ ในนาม บริษัท สมิติเวช ชลบุรี จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียนจำนวน 600 ล้านบาท และบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อรองรับการเปิดให้บริการโรงพยาบาลเอกชนในนาม โรงพยาบาลสมิติเวช ชลบุรี ที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี

• บริษัทได้จัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่ในนาม บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ จำกัด โดยมีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก จำนวน 300 ล้านบาท และบริษัทถือหุ้นร้อยละ 100 เพื่อรองรับการเปิดให้บริการโรงพยาบาลเอกชนในนาม โรงพยาบาลกรุงเทพสุราษฎร์ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี

• บริษัท โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้นร้อยละ 99.69 ได้ลงทุนสร้างโรงพยาบาลแห่งที่สอง ในนาม โรงพยาบาลดีบุก มีมูลค่าลงทุนประมาณ 627 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้ภายในปี 2557

• บริษัทได้จัดตั้ง Holding Company ในประเทศสิงคโปร์ ในนาม BDMS Inter Pte. Ltd. สำหรับรองรับการลงทุนของกลุ่มในต่างประเทศ โดยมีทุนจดทะเบียน จำนวน 40,000 เหรียญสหรัฐและ N Health Asia Pte. Ltd. สำหรับการลงทุนในธุรกิจห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ (Lab) ของกลุ่มในต่างประเทศ โดยมีทุนจดทะเบียน จำนวน 40,000 เหรียญสหรัฐ นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทได้มีมติจัดตั้งบริษัทย่อยแห่งใหม่อีก 4 แห่ง เพื่อลงทุนสร้างโรงพยาบาลเอกชนและลงทุนด้านห้องปฏิบัติการทางการแพทย์และเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเป็นการลงทุนผ่านบริษัทย่อยที่เป็น Holding Company ในประเทศสิงคโปร์ ได้แก่
1. จัดตั้งบริษัทย่อยที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อลงทุนสร้างโรงพยาบาลที่หลวงพระบางด้วยทุนจดทะเบียน เทียบเท่าจำนวน 10 ล้านบาท โดย BDMS Inter Pte. Ltd. (ประเทศสิงคโปร์) ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 100
2. N Health Myanmar Co., Ltd. มที นุ จดทะเบยี น 500,000 เหรยี ญสหรฐั ฯ ถอื หุ้น โดย N Health Asia Pte. Ltd. ในสัดส่วนร้อยละ 60
3. N Health Laos Co., Ltd. ทุนจดทะเบียน 200,000 เหรียญสหรัฐฯ ถือหุ้นโดย N Health Asia Pte. Ltd. ในสัดส่วนร้อยละ 70
4. N Health Cambodia Co., Ltd. ทุนจดทะเบียน 320,000 เหรียญสหรัฐฯ ถือหุ้นโดย N Health Asia Pte. Ltd. ในสัดส่วนร้อยละ 100

การขยายโรงพยาบาลเครือข่ายและธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์

ด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล

ความร่วมมือทางการแพทย์

  1. Sano Hospital
    ในวันที่ 9 กรกฏาคม 2557 บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ลงนามร่วมกับ Sano Hospital ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือในด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึงการจัดตั้งระบบส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสองโรงพยาบาลตามความเหมาะสมของโรค
  2. MD Anderson
    ในวันที่ 1 สิงหาคม 2557 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และ MD Anderson (University of Texas: MD Anderson Cancer Center – MDACC) ได้ลงนามความร่วมมือเพื่อศึกษาแนวทางในการพัฒนาสู่ระดับ Global Academic Program (GAP) ซี่งเป็นความร่วมมือทางวิชาการและงานวิจัย รวมถึง MD Anderson Cancer Network Associate Project ซึ่งเป็นความร่วมมือทางด้านการรักษาพยาบาล ต่อมาในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2557 โรงพยาบาลวัฒโนสถ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้รับเลือกเป็น Sister Institute ภายใต้ GAP ของ MDACC โดยที่ทางบริษัทยังดำเนินการเพื่อมุ่งสู่ความร่วมมือทางด้านการรักษาพยาบาลในอนาคต
  3. Stanford University
    ในวันที่ 6 สิงหาคม 2557 ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ และแผนกศัลยศาสตร์ออโธปิดิกส์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ลงนามความร่วมมือในโครงการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะทางการแพทย์ด้านออโธปิดิกส์ เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางกระดูกและข้อ โดยมุ่งพัฒนาความรู้ผ่านการศึกษาวิจัยตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาดังกล่าว การลงนามครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือในการศึกษา การวิจัย และการประชุมสัมมนาทางการแพทย์เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์
  4. Oregon Health & Science University (OHSU)
    ในวันที่ 1 ตุลาคม 2557 บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ Oregon Health & Science University (OHSU) เปิดตัว BDMS-OHSU International Health Alliance เพื่อมุ่งสู่ความเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติและพัฒนายกระดับเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ในทุกๆด้านโดยเฉพาะด้านอาชีวอนามัย (Occupational Health) และกุมารเวชศาสตร์ในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  5. Heavy Ion Therapy (อนุภาคบำบัด)
    ในวันที่ 9 ตุลาคม 2557 โรงพยาบาลวัฒโนสถ ร่วมลงนามความร่วมมือกับ Universal Strategy Institute Limited Liability Company สร้างศูนย์ฉายรังสีด้วยเทคโนโลยี "Heavy Ion Therapy” เพื่อเตรียมความพร้อมเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีทางด้านรังสีรักษาที่ให้ประสิทธิผลในผู้ป่วยมะเร็งและเนื้องอกที่ทันสมัย โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้น มีผลข้างเคียงน้อย ใช้ได้กับผู้ป่วยที่ไม่เหมาะกับการฉายรังสีแบบเดิม หรือรับการรักษาแบบเดิมแล้วไม่เป็นผล ข้อดีของการรักษาด้วยอนุภาคบำบัดคือมีความแม่นยำสูง ลำรังสีสามารถเข้าไปทำลายเซลซ์มะเร็งในความลึกและตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำในปริมาณรังสีที่เหมาะสม เนื่องจากลำรังสีจะคลายพลังงานเกือบทั้งหมดในตำแหน่งที่กำหนด จึงทำให้ปริมาณรังสีที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายนั้นก่อผลกระทบกับเซลซ์ปกติน้อยมาก
  6. Nagoya University
    บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 31 มกราคม 2558 ในประเด็นสำคัญ 2 เรื่องคือ 1. ความร่วมมือทางการศึกษา โดยมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ระหว่าง 2 สถาบัน ในการฝึกอบรมทุกๆแขนงทางการแพทย์ 2. การแนะนำและส่งต่อผู้ป่วยระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล ในกรณีที่ผู้ป่วยจะมีการเดินทางมาประเทศไทย (และประเทศเพื่อนบ้าน) หรือ เดินทางไป Nagoya (และสถานที่ใกล้เคียง)

ด้านคุณภาพการให้บริการ

     ณ สิ้นปี 2557 บริษัทเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับการรับรองคุณภาพระดับประเทศ (Hospital Accreditation Thailand-HA) เป็นจำนวน 19 โรงพยาบาล

     และได้รับการรับรองคุณภาพระดับสากล (Joint Commission International –JCI) จำนวน 12 โรงพยาบาล และ 1 คลินิก ได้แก่ ศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลกรุงเทพ (ประกอบด้วย 3 โรงพยาบาล คือ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ และโรงพยาบาลวัฒโนสถ) โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีราชา โรงพยาบาลบีเอ็นเอช และคลินิกเวชกรรมเกาะช้างอินเตอร์เนชั่นแนล

การขยายโรงพยาบาลเครือข่าย และธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์

ด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

ความร่วมมือทางการแพทย์

  1. Sano Hospital
    บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ได้ลงนามร่วม กับ Sano Hospital ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือในด้านการศึกษาวิจัย และพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึง การจัดตั้งระบบส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสองโรงพยาบาลตามความเหมาะสม ของโรค
  2. MD Anderson
    บริษัท ร่วมมือกับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล ในการเป็น "สถาบันพี่สถาบันน้อง” (Sister Institution) กับศูนย์มะเร็ง เอ็มดี แอนเดอร์สัน แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐ- อเมริกา (University of Texas MD Anderson Cancer Center) ภายใต้ GAP ของ MDACC นับเป็นครั้งแรกของความร่วมมือระหว่าง สามสถาบันโดยองค์กรแพทย์ภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทย กับสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมงานวิจัยทั้งที่เป็นงานวิจัยพื้นฐานและ การพัฒนา วิธีการรักษาใหม่ๆ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีศึกษาระหว่างภูมิภาค เพื่อการป้องกันการ เกิดโรคมะเร็ง รวมถึงการรักษาให้หายหรือมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข
  3. Stanford University
    ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงาน ใหญ่ และแผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ลงนามความร่วมมือในโครงการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะ ทางการแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดูแล รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางกระดูกและข้อ โดยมุ่งพัฒนาความรู้ผ่าน การศึกษาวิจัยตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มี ปัญหาดังกล่าว การลงนามครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือในการ ศึกษา การวิจัย และการประชุมสัมมนาทางการแพทย์เพื่อพัฒนา ศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์
  4. Oregon Health & Science University (OHSU)
    บริษัท ร่วมกับ Oregon Health & Science University (OHSU) เปิดตัว BDMS-OHSU International Health Alliance เพื่อมุ่งสู่ ความเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติและพัฒนายกระดับเป็นศูนย์ ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะด้านอาชีวอนามัย (Occupational Health) และกุมารเวชศาสตร์ในระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก
  5. Heavy Ion Therapy (อนุภาคบำบัด)
    โรงพยาบาลวัฒโนสถ ร่วมลงนามความร่วมมือกับ Universal Strategy Institute Limited Liability Company สร้างศูนย์ฉาย รังสีด้วยเทคโนโลยี "Heavy Ion Therapy” เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นเทค- โนโลยีทางด้านรังสีรักษาที่ให้ประสิทธิผลในผู้ป่วยมะเร็งและเนื้องอก ที่ทันสมัย โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้น มีผลข้างเคียงน้อย ใช้ ได้กับผู้ป่วยที่ไม่เหมาะกับการฉายรังสีแบบเดิม หรือรับการรักษา แบบเดิมแล้วไม่เป็นผล ข้อดีของการรักษาด้วยอนุภาคบำบัดคือมี ความแม่นยำสูง ลำรังสีสามารถเข้าไปทำลายเซลซ์มะเร็งในความลึก และตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำในปริมาณรังสีที่เหมาะสม เนื่องจากลำรังสีจะคลายพลังงานเกือบทั้งหมดในตำแหน่งที่กำหนด จึงทำให้ปริมาณรังสีที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายนั้นก่อผลกระทบกับเซลล์ ปกติน้อยมาก
  6. Nagoya University
    บริษัท ร่วมลงนามในความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น ในประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1. ความร่วมมือทาง การศึกษา โดยมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ระหว่าง 2 สถาบัน ในการฝึกอบรมทุกๆ แขนงทางการแพทย์ 2. การแนะนำ และส่งต่อผู้ป่วยระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล ในกรณีที่ ผู้ป่วยจะมีการเดินทางมาประเทศไทย (และประเทศเพื่อนบ้าน) หรือ เดินทางไป Nagoya (และสถานที่ใกล้เคียง) จึงถือว่าเป็นโอกาส อันดีในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ของไทย เพื่อ การให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยมีตัวแทนจาก สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือ ในครั้งนี้
  7. บริษัท ได้ร่วมมือกับศัลยแพทย์ด้านสมองระดับแถวหน้าของโลก
    นพ.คีธ แอล แบล็ค ผู้อำนวยการสถาบันศัลยกรรมระบบประสาท แมกซีน ดันนิทซ์, ซีดาร์-ไซไนน์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ (Maxine Dunitz Neurosurgical Institute at Cedars - Sinai in USA) ในการวิจัย และพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการรักษาโรค ทางสมองและระบบประสาท ทำให้บริษัทก้าวสู่การเป็นสถาบัน การรักษาด้านสมองและระบบประสาท (ประสาทวิทยาศาสตร์) ที่ ทันสมัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  8. ความร่วมมือกับบริษัท Straumann
    ศูนย์ทันตกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ ได้ร่วมมือ กับบริษัท สตรอแมนน์ (Straumann) ผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียม ระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาฟันด้วยรากเทียมเพื่อการ บดเคี้ยวได้ดีขึ้น ช่วยรองรับการดูแลปัญหาสุขภาพในช่องปาก โดย ได้รับการแต่งตั้งเป็น Straumann Partner Center Thailand
  9. Doernbecher Children’s Hospital
    บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ได้เซ็นสัญญา เป็นพันธมิตรร่วมกับ โรงพยาบาลเด็กที่มีชื่อเสียง "Doernbecher Children’s Hospital” โอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รางวัล ชนะเลิศ ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลเด็ก ประจำปี 2557 จาก University Health System Consortium hospitals for pediatric quality และได้เปิดตัว "โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล” ทั้งแคมปัส สุขุมวิทและศรีนครินทร์เข้าด้วยกัน และพัฒนาให้เป็น Excellent Center โดย โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนนโยบาย และทิศทางของประเทศไทยที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการ แพทย์ของเอเชีย (Medical Hub) ต่อไป

ด้านคุณภาพการให้บริการ

ณ สิ้นปี 2558 บริษัทเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลในหลายระดับ อาทิ การรับรองคุณภาพ สถานพยาบาลระดับประเทศ (Hospital Accreditation Thailand-HA) จำนวน 22 โรงพยาบาล และได้รับการรับรองคุณภาพระดับสากล (Joint Commission International-JCI) จำนวน 12 แห่ง (11 โรงพยาบาลและ 1 คลินิก) นอกจากนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ ยังได้รับ ประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาล ขั้นก้าวหน้า (Advanced HA) ซึ่งปัจจุบันมีเพียง 3 แห่งใน ประเทศที่ได้รับการรับรอง คือ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลภูมิพล และโรงพยาบาลกรุงเทพ

การขยายโรงพยาบาลเครือข่าย และธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์

รางวัลแห่งความภาคภูมิใจ

ด้านการแพทย์และการรักษาพยาบาล

ความร่วมมือทางการแพทย์

  1. Sano Hospital
    บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ได้ลงนามร่วม กับ Sano Hospital ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือในด้านการศึกษาวิจัย และพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึง การจัดตั้งระบบส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสองโรงพยาบาลตามความเหมาะสม ของโรค
  2. MD Anderson
    บริษัท ร่วมมือกับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล ในการเป็น "สถาบันพี่สถาบันน้อง” (Sister Institution) กับศูนย์มะเร็ง เอ็มดี แอนเดอร์สัน แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐ- อเมริกา (University of Texas MD Anderson Cancer Center) ภายใต้ GAP ของ MDACC นับเป็นครั้งแรกของความร่วมมือระหว่าง สามสถาบันโดยองค์กรแพทย์ภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทย กับสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมงานวิจัยทั้งที่เป็นงานวิจัยพื้นฐานและ การพัฒนา วิธีการรักษาใหม่ๆ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีศึกษาระหว่างภูมิภาค เพื่อการป้องกันการ เกิดโรคมะเร็ง รวมถึงการรักษาให้หายหรือมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข
  3. Stanford University
    ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงาน ใหญ่ และแผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ลงนามความร่วมมือในโครงการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะ ทางการแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดูแล รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางกระดูกและข้อ โดยมุ่งพัฒนาความรู้ผ่าน การศึกษาวิจัยตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มี ปัญหาดังกล่าว การลงนามครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือในการ ศึกษา การวิจัย และการประชุมสัมมนาทางการแพทย์เพื่อพัฒนา ศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์
  4. Oregon Health & Science University (OHSU)
    บริษัท ร่วมกับ Oregon Health & Science University (OHSU) เปิดตัว BDMS-OHSU International Health Alliance เพื่อมุ่งสู่ ความเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติและพัฒนายกระดับเป็นศูนย์ ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะด้านอาชีวอนามัย (Occupational Health) และกุมารเวชศาสตร์ในระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก
  5. Heavy Ion Therapy (อนุภาคบำบัด)
    โรงพยาบาลวัฒโนสถ ร่วมลงนามความร่วมมือกับ Universal Strategy Institute Limited Liability Company สร้างศูนย์ฉาย รังสีด้วยเทคโนโลยี "Heavy Ion Therapy” เพื่อเตรียมความพร้อม เป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นเทค- โนโลยีทางด้านรังสีรักษาที่ให้ประสิทธิผลในผู้ป่วยมะเร็งและเนื้องอก ที่ทันสมัย โดยใช้ระยะเวลาในการรักษาสั้น มีผลข้างเคียงน้อย ใช้ ได้กับผู้ป่วยที่ไม่เหมาะกับการฉายรังสีแบบเดิม หรือรับการรักษา แบบเดิมแล้วไม่เป็นผล ข้อดีของการรักษาด้วยอนุภาคบำบัดคือมี ความแม่นยำสูง ลำรังสีสามารถเข้าไปทำลายเซลซ์มะเร็งในความลึก และตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างแม่นยำในปริมาณรังสีที่เหมาะสม เนื่องจากลำรังสีจะคลายพลังงานเกือบทั้งหมดในตำแหน่งที่กำหนด จึงทำให้ปริมาณรังสีที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายนั้นก่อผลกระทบกับเซลล์ ปกติน้อยมาก
  6. Nagoya University
    บริษัท ร่วมลงนามในความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น ในประเด็นสำคัญ 2 เรื่อง คือ 1. ความร่วมมือทาง การศึกษา โดยมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ระหว่าง 2 สถาบัน ในการฝึกอบรมทุกๆ แขนงทางการแพทย์ 2. การแนะนำ และส่งต่อผู้ป่วยระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล ในกรณีที่ ผู้ป่วยจะมีการเดินทางมาประเทศไทย (และประเทศเพื่อนบ้าน) หรือ เดินทางไป Nagoya (และสถานที่ใกล้เคียง) จึงถือว่าเป็นโอกาส อันดีในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ของไทย เพื่อ การให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยมีตัวแทนจาก สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือ ในครั้งนี้
  7. บริษัท ได้ร่วมมือกับศัลยแพทย์ด้านสมองระดับแถวหน้าของโลก
    นพ.คีธ แอล แบล็ค ผู้อำนวยการสถาบันศัลยกรรมระบบประสาท แมกซีน ดันนิทซ์, ซีดาร์-ไซไนน์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ (Maxine Dunitz Neurosurgical Institute at Cedars - Sinai in USA) ในการวิจัย และพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการรักษาโรค ทางสมองและระบบประสาท ทำให้บริษัทก้าวสู่การเป็นสถาบัน การรักษาด้านสมองและระบบประสาท (ประสาทวิทยาศาสตร์) ที่ ทันสมัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  8. ความร่วมมือกับบริษัท Straumann
    ศูนย์ทันตกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ ได้ร่วมมือ กับบริษัท สตรอแมนน์ (Straumann) ผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียม ระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาฟันด้วยรากเทียมเพื่อการ บดเคี้ยวได้ดีขึ้น ช่วยรองรับการดูแลปัญหาสุขภาพในช่องปาก โดย ได้รับการแต่งตั้งเป็น Straumann Partner Center Thailand
  9. Doernbecher Children’s Hospital
    บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ได้เซ็นสัญญา เป็นพันธมิตรร่วมกับ โรงพยาบาลเด็กที่มีชื่อเสียง "Doernbecher Children’s Hospital” โอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รางวัล ชนะเลิศ ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลเด็ก ประจำปี 2557 จาก University Health System Consortium hospitals for pediatric quality และได้เปิดตัว "โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล” ทั้งแคมปัส สุขุมวิทและศรีนครินทร์เข้าด้วยกัน และพัฒนาให้เป็น Excellent Center โดย โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนนโยบาย และทิศทางของประเทศไทยที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการ แพทย์ของเอเชีย (Medical Hub) ต่อไป
  10. สถาบันออโธปิดิกส์รัฐมิสซูรี่ มหาวิทยาลัยมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
    บริษัท และสถาบันออร์โธปิดิกส์รัฐมิสซูรี่ (Missouri Orthopaedic Institute) ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ในการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะทางการแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ ระหว่างศูนย์ กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กับสถาบันออร์โธปิดิกส์รัฐมิสซูรี่ มหาวิทยาลัยมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการจัดกิจกรรมวิชาการต่างๆ เช่น การประชุมสัมมนาทางการแพทย์ เพื่อมุ่งพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมงานด้านการ ศึกษาและวิจัยด้านออร์โธปิดิกส์และความร่วมมือทางการแพทย์อื่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกระดูกและข้อในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  11. โรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี
    บริษัท และโรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ (Hannover Medical School) ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะทางการแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์และศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ระหว่าง ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กับ ภาควิชาออร์โธปิดิกส์และศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ โรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี ด้วยการจัดกิจกรรมวิชาการต่างๆ เช่นการประชุมสัมมนาทางการแพทย์ รวมทั้งการส่งบุคลากรทั้งแพทย์ และพยาบาลเข้ารับการฝึกอบรมทั้งระยะสั้น และระยะยาว ณ โรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี เพื่อมุ่งพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมงานด้านการศึกษาและวิจัยด้านออร์โธ- ปิดิกส์และศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านนี้ ในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  12. โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชร่วมมือกับโรงพยาบาลทากัตสึกิประเทศญี่ปุ่น
    โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชในเครือบริษัท ร่วมมือกับโรงพยาบาลทากัตสึกิ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมลงนามในสัญญาเป็นพันธมิตร นำความเชี่ยวชาญการดูแลรักษาด้านกุมารเวชและห้องอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) ร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนประสบ- การณ์เพื่อต่อยอดศักยภาพความสามารถของสมิติเวช ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็ก พร้อมบริการอย่างครบวงจรตามมาตรฐานสากลที่วงการแพทย์ทั่วโลก
  13. บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยา จำกัด ร่วมกับราชวิทยาลัย
    พยาธิแพทย์แห่งประเทศไทยจัดประชุมวิชาการ Interhospital Renal Clinicopathological Conference บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยาร่วมกับราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทยจัดประชุมวิชาการ Inter-hospital Rental Clinicopathological Conference ร่วมกับราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทยจัดประชุมวิชาการ Inter-hospital Rental Clinicopathological Conference 1/2016 เปิดโอกาสให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตและพยาธิแพทย์ และแพทย์ประจำบ้านกว่า 50 ท่าน จากโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศไทยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ case study ที่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มความเชียวชาญในการวินิจฉัยอาการ และเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป โดยกำหนดให้มีการประชุมวิชาการโรคไตทุก 2 เดือน

ด้านคุณภาพการให้บริการ

ณ สิ้นปี 2559 บริษัทเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลในหลายระดับ อาทิ การรับรองคุณภาพสถานพยาบาลระดับประเทศ (Hospital Accreditation Thailand-HA) จำนวน 31 โรงพยาบาล และได้รับการรับรอง คุณภาพระดับสากล (Joint Commission International-JCI) จำนวน 14 แห่ง นอกจากนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ยังได้รับ ประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลขั้นก้าวหน้า (Advanced HA)

การขยายโรงพยาบาลเครือข่าย และธุรกิจที่ให้การสนับสนุนด้านการแพทย์

ด้านการแพทย์และรักษาพยาบาล

รางวัล

ความร่วมมือทางการแพทย์

  1. Sano Hospital
    บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ได้ลงนามร่วม กับ Sano Hospital ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมมือในด้านการศึกษาวิจัย และพัฒนาโครงการที่เกี่ยวข้องกับโรคระบบทางเดินอาหาร รวมถึง การจัดตั้งระบบส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสองโรงพยาบาลตามความเหมาะสม ของโรค
  2. MD Anderson
    บริษัท ร่วมมือกับคณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัย มหิดล ในการเป็น "สถาบันพี่สถาบันน้อง” (Sister Institution) กับศูนย์มะเร็ง เอ็มดี แอนเดอร์สัน แห่งมหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐ อเมริกา (University of Texas MD Anderson Cancer Center) ภายใต้ GAP ของ MDACC นับเป็นครั้งแรกของความร่วมมือระหว่าง สามสถาบันโดยองค์กรแพทย์ภาครัฐและภาคเอกชนของประเทศไทย กับสหรัฐอเมริกา เพื่อส่งเสริมงานวิจัยทั้งที่เป็นงานวิจัยพื้นฐานและ การพัฒนา วิธีการรักษาใหม่ๆ ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ รวมถึง แลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีศึกษาระหว่างภูมิภาค เพื่อการป้องกันการ เกิดโรคมะเร็ง รวมถึงการรักษาให้หายหรือมีชีวิตอย่างมีคุณภาพ และมีความสุข
  3. Stanford University
    ศูนย์กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงาน ใหญ่ และแผนกศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ลงนามความร่วมมือในโครงการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะ ทางการแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ เพื่อมุ่งเน้นความเป็นเลิศในการดูแล รักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาทางกระดูกและข้อ โดยมุ่งพัฒนาความรู้ผ่าน การศึกษาวิจัยตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มี ปัญหาดังกล่าว การลงนามครั้งนี้ จะนำมาซึ่งความร่วมมือในการ ศึกษา การวิจัย และการประชุมสัมมนาทางการแพทย์เพื่อพัฒนา ศักยภาพของบุคลากรทางการแพทย์
  4. Oregon Health & Science University (OHSU)
    บริษัท ร่วมกับ Oregon Health & Science University (OHSU) เปิดตัว BDMSOHSU International Health Alliance เพื่อมุ่งสู่ ความเป็นศูนย์กลางระดับนานาชาติและพัฒนายกระดับเป็นศูนย์ ความเป็นเลิศด้านการแพทย์ในทุกๆ ด้านโดยเฉพาะด้านอาชีวอนามัย (Occupational Health) และกุมารเวชศาสตร์ในระดับภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก
  5. Heavy Ion Therapy (อนุภาคบำบัด)
    โรงพยาบาลวัฒโนสถ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชนแห่งแรกของ ประเทศไทยที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคมะเร็งแบบครบวงจรได้ต่อสัญญาบันทึกความเข้าใจเรื่อง การฉายรังสีด้วยไอออนหนัก (Heavy Ion Therapy) กับ กลุ่มบริษัท Chrismon จากประเทศญี่ปุ่น และมีความเห็นพ้องกันในเรื่องการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยแผนงานโครงการระยะที่ 2 จะได้มีการจัดตั้งศูนย์ฉายรังสีด้วยไอออนหนัก ในอีก 1 ปีข้างหน้า การฉายรังสีด้วยไอออนหนัก (Heavy Ion Therapy) เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัย สามารถเป็นการรักษาเด่นที่ชูศักยภาพของการเป็นศูนย์กลางของการรักษาโรคมะเร็ง ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ด้วยประสิทธิภาพในการรักษาที่ใช้ระยะเวลาที่สั้นลงและผลข้างเคียงน้อย การฉายรังสีด้วยไอออนหนัก สามารถทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นสำหรับผู้ป่วยรายที่ไม่เหมาะกับการฉายรังสีทั่วไปหรือสำหรับผู้ป่วยที่รักษาด้วย การฉายรังสีแบบเดิมแล้วไม่ได้ผล และจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ป่วยสูงอายุที่ไม่เหมาะกับการผ่าตัด ประโยชน์ของการรักษาด้วยการฉายรังสีด้วยไอออนหนัก คือ ความแม่นยำสูง สามารถทำลายเซลล์มะเร็งในเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกด้วยปริมาณรังสีที่เหมาะสมเนื่องจากลำแสงของรังสีจะช่วยลดพลังงานส่วนใหญ่ในตำแหน่งที่ต้องการรักษา เพื่อให้ปริมาณไอออนไหลผ่านเข้าไปในร่างกายแล้วมีผลกระทบต่อเซลล์ปกติน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
  6. Nagoya University
    บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามในความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย Nagoya ประเทศญี่ปุ่น ในประเด็นสำคัญ 2 เรื่องคือ
    1. ความร่วมมือทางการศึกษา โดยมีการแลกเปลี่ยนบุคลากรทางการแพทย์ระหว่าง 2 สถาบัน ในการฝึกอบรมทุกๆ แขนงทางการแพทย์
    2. การแนะนำและส่งต่อผู้ป่วยระหว่างมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล ในกรณีที่ผู้ป่วยจะมีการเดินทางมาประเทศไทย (และประเทศเพื่อนบ้าน) หรือเดินทางไป Nagoya (และสถานที่ใกล้เคียง)
    จึงถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรทางการแพทย์ของไทย เพื่อการให้บริการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลยิ่งขึ้น โดยมีตัวแทนจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยร่วมเป็นสักขีพยานความร่วมมือในครั้งนี้
  7. บริษัท ได้ร่วมมือกับศัลยแพทย์ด้านสมองระดับแถวหน้าของโลก
    นพ.คีธ แอล แบล็ค ผู้อำนวยการสถาบันศัลยกรรมระบบประสาท แมกซีน ดันนิทซ์, ซีดาร์ไซไนน์ เมดิคัล เซ็นเตอร์ (Maxine Dunitz Neurosurgical Institute at Cedars Sinai in USA) ในการวิจัย และพัฒนา เพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถการรักษาโรค ทางสมองและระบบประสาท ทำให้บริษัทก้าวสู่การเป็นสถาบัน การรักษาด้านสมองและระบบประสาท (ประสาทวิทยาศาสตร์) ที่ ทันสมัยในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
  8. ความร่วมมือกับบริษัท Straumann
    ศูนย์ทันตกรรมโรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ ได้ร่วมมือ กับบริษัท สตรอแมนน์ (Straumann) ผู้เชี่ยวชาญด้านรากฟันเทียม ระดับโลก เพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาฟันด้วยรากเทียมเพื่อการ บดเคี้ยวได้ดีขึ้น ช่วยรองรับการดูแลปัญหาสุขภาพในช่องปาก โดย ได้รับการแต่งตั้งเป็น Straumann Partner Center Thailand
  9. Doernbecher Children’s Hospital
    บริษัท สมิติเวช จำกัด (มหาชน) ในเครือบริษัท ได้เซ็นสัญญา เป็นพันธมิตรร่วมกับ โรงพยาบาลเด็กที่มีชื่อเสียง "Doernbecher Children’s Hospital” โอเรกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รางวัล ชนะเลิศ ในเรื่องคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลเด็ก ประจำปี 2557 จาก University Health System Consortium hospitals for pediatric quality และได้เปิดตัว "โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล” ทั้งแคมปัส สุขุมวิทและศรีนครินทร์เข้าด้วยกัน และพัฒนาให้เป็น Excellent Center โดย โรงพยาบาลเด็กสมิติเวช อินเตอร์เนชั่นแนล จะเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนนโยบาย และทิศทางของประเทศไทยที่จะก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางทางการ แพทย์ของเอเชีย (Medical Hub) ต่อไป
  10. สถาบันออโธปิดิกส์รัฐมิสซูรี่ มหาวิทยาลัยมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา
    บริษัท และสถาบันออร์โธปิดิกส์รัฐมิสซูรี่ (Missouri Orthopaedic Institute) ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการ ในการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะทางการแพทย์ด้านออร์โธปิดิกส์ ระหว่างศูนย์ กระดูกและข้อกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ กับสถาบันออร์โธปิดิกส์รัฐมิสซูรี่ มหาวิทยาลัยมิสซูรี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา ด้วยการจัดกิจกรรมวิชาการต่างๆ เช่น การประชุมสัมมนาทางการแพทย์ เพื่อมุ่งพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมงานด้านการ ศึกษาและวิจัยด้านออร์โธปิดิกส์และความร่วมมือทางการแพทย์อื่นๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านกระดูกและข้อในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  11. โรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี
    บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) และภาควิชาออร์โธปิดิกส์และศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ โรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ Hannover Medical School) ประเทศเยอรมนี ร่วมลงนามความร่วมมือทางวิชาการในการแลกเปลี่ยนความรู้และทักษะทางการ แพทย์ด้านออโธปิดิกส์และศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ด้วยการจัดกิจกรรมวิชาการต่างๆ เช่น การประชุมสัมมนาทางการแพทย์ รวมทั้งการส่งบุคลากรทั้งแพทย์และพยาบาลเข้ารับการฝึกอบรมทั้งระยะสั้นและระยะยาว ณโรงเรียนแพทย์ฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี เพื่อ มุ่งพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเพื่อส่งเสริมงานด้านการศึกษาและวิจัยด้านออโธปิดิกส์และศัลยศาสตร์อุบัติเหตุ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาด้านนี้ ในโรงพยาบาลอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  12. โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชร่วมมือกับโรงพยาบาลทากัตสึกิประเทศญี่ปุ่น
    โรงพยาบาลเด็กสมิติเวชในเครือบริษัท ร่วมมือกับโรงพยาบาลทากัตสึกิ ประเทศญี่ปุ่น ร่วมลงนามในสัญญาเป็นพันธมิตรนำความเชี่ยวชาญการดูแลรักษาด้านกุมารเวชและห้องอภิบาลทารกแรกเกิด (NICU) ร่วมกันพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อต่อยอดศักยภาพความสามารถของสมิติเวช ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตผู้ป่วยเด็ก พร้อมบริการอย่างครบวงจรตามมาตรฐานสากล
  13. บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยา จำกัด ร่วมกับราชวิทยาลัย
    บริษัท เอ็น เฮลท์ พยาธิวิทยาร่วมกับราชวิทยาลัยพยาธิแพทย์แห่งประเทศไทยจัดประชุมวิชาการ Interhospital Renal Clinicopathological Conference ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา โดยเปิดโอกาสให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคไตและพยาธิแพทย์ และแพทย์ประจำบ้านกว่า 50 ท่าน จากโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลต่างๆ ในประเทศไทย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ case study ที่น่าสนใจ เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยอาการ และเป็นแนวทางในการรักษาต่อไป โดยกำหนดให้มีการประชุมวิชาการโรคไตปีละ 3 ครั้ง

ด้านคุณภาพการให้บริการ

ณ สิ้นปี 2560 บริษัทเป็นกลุ่มโรงพยาบาลเอกชนที่ได้รับการรับรองคุณภาพสถานพยาบาลในหลายระดับ อาทิ การรับรองคุณภาพสถานพยาบาลระดับประเทศ (Hospital AccreditationThailandHA) และการรับรองคุณภาพระดับสากล (Joint Commission InternationalJCI) นอกจากนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพสำนักงานใหญ่ยังได้รับประกาศนียบัตรรับรองกระบวนการพัฒนาคุณภาพสถานพยาบาลขั้นก้าวหน้า (Advanced HA)